BYD Denza เปิดตัวรุ่นสามมอเตอร์ “e3” ของ Z9 GT อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 9 กันยายนที่ผ่านมา ให้แรงม้ารวม 1,140 แรงม้า แรงบิด 1,210 นิวตันเมตร 0-100 กม./ชม. ใน 2.8 วินาที วิ่งไกล 860 กม. CLTC ราคา 329,800 หยวน (ราว 1.65 ล้านบาท) ถูกกว่ารุ่น e3 Performance 40,000 หยวน โดยแลกกับออพชันหรูบางอย่างเท่านั้น ไม่ใช่แรงม้า
ผมต้องเช็กตัวเลขซ้ำสองรอบ เพราะปกติราคาถูกลงมันต้องแรงน้อยลงด้วย
ปกติเวลาค่ายรถออกรุ่นย่อยราคาถูกกว่า สิ่งแรกที่โดนตัดคือกำลังเครื่อง แต่ Z9 GT เวอร์ชัน e3 ใหม่นี้ทำให้ผมต้องอ่านสเปกซ้ำ เพราะตัวเลข 1,140 แรงม้า กับแรงบิด 1,210 นิวตันเมตร นั้นเท่ากับรุ่น e3 Performance ตัวท็อปทุกประการ ต่างกันแค่ราคาที่ถูกกว่า 40,000 หยวน (ราว 2 แสนบาท) เมื่อเทียบกับรุ่น e3 Performance ที่ 369,800 หยวน ผมมองว่านี่คือกลยุทธ์ที่ฉลาดของ BYD คือขายความแรงเป็นจุดขายหลักที่ไม่แตะต้อง แล้วไปตัดออพชันความหรูหราแทน
สามมอเตอร์ 1,140 แรงม้า ระดับไฮเปอร์คาร์ ในตัวถังชูตติ้งเบรกสี่ประตู
ระบบขับเคลื่อนของ e3 ใช้มอเตอร์หน้า 1 ตัวกำลัง 230 กิโลวัตต์ คู่กับมอเตอร์หลัง 2 ตัว ตัวละ 310 กิโลวัตต์ รวมกำลังทั้งหมด 850 กิโลวัตต์ หรือ 1,140 แรงม้า พร้อมพวงมาลัยเลี้ยวล้อหลัง (rear-wheel steering) ที่หมุนได้ ±10 องศา ช่วยให้ตัวถังชูตติ้งเบรกขนาดใหญ่คล่องตัวขึ้นตอนความเร็วต่ำ ส่วนระบบชาร์จเป็นแบบ 800V flash charging บนแพลตฟอร์ม Blade Battery 2.0 ที่ BYD ระบุว่าเติมพลังงานได้มากภายใน 5 นาที และชาร์จเต็มใน 9 นาที
ตัวเลข 1,140 แรงม้านี้อยู่ในระดับเดียวกับรถซูเปอร์คาร์หลายรุ่น แม้จะไม่ใช่เบอร์ 1 ในตลาดจีนอีกต่อไปแล้ว เพราะ Xiaomi SU7 Ultra ที่แรงถึง 1,548 แรงม้าเพิ่งเปิดตัวไปเมื่อต้นปี แต่ผมมองว่าจุดต่างที่สำคัญคือ Z9 GT เป็นรถชูตติ้งเบรกสี่ประตูขนาดใหญ่ที่นั่งได้จริง ไม่ใช่รถสปอร์ตสองที่นั่ง เทียบกับยุคที่ Tesla เปิดตัว Model S P100D พร้อมโหมด Ludicrous เมื่อเกือบสิบปีก่อนซึ่งเคยเป็นเรื่องเหลือเชื่อในวงการรถซีดานไฟฟ้า วันนี้ตัวเลขระดับพันแรงม้าในรถครอบครัวกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้วในตลาดจีน
ในวันเปิดตัว BYD ยืนยันตัวเลขสมรรถนะอย่างเป็นทางการแล้ว คือ 0-100 กม./ชม. ใน 2.8 วินาที และระยะทางวิ่ง 860 กม. ตามมาตรฐาน CLTC ของจีน (หรือ 600 กม. ตามมาตรฐาน WLTP ที่เข้มกว่า) ตัวเลข CLTC กับ WLTP ที่ห่างกันถึง 260 กม. เป็นเครื่องเตือนใจที่ดีว่าระยะทางจริงบนถนนขึ้นอยู่กับมาตรฐานการวัด และในสภาพอากาศร้อนแบบไทยก็มักจะต่ำกว่าตัวเลข CLTC พอสมควร
ตัดอะไรออกถึงถูกลง 40,000 หยวน คำตอบคือความหรู ไม่ใช่ความแรง
จากข้อมูลที่ BYD เปิดเผยในวันเปิดตัว รุ่น e3 ตัวเริ่มต้นต่างจาก e3 Performance ตรงจุดต่อไปนี้
- เบรก: ใช้จานเบรกเหล็กหล่อระบายอากาศ แทนที่จะเป็นจานเบรกคาร์บอนเซรามิกแบบรุ่นท็อป
- ห้องโดยสาร: ตัดออพชันความสะดวกสบายหรูหราในห้องโดยสารบางรายการออก
ผมมองว่านี่คือการตัดสินใจที่ตรงจุดมาก เพราะของที่ตัดออกล้วนเป็นของเล่นที่ลูกค้าส่วนใหญ่ซื้อรถสมรรถนะสูงแบบนี้ไม่ได้ใช้ทุกวันอยู่แล้ว ต่างจากการตัดกำลังเครื่องหรือลดความจุแบตเตอรี่ซึ่งกระทบประสบการณ์ขับจริง วิธีนี้ทำให้ Z9 GT e3 ยังคงความน่าตื่นเต้นด้านตัวเลขไว้ครบ แต่เข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่งบไม่ถึงรุ่นท็อปได้กว้างขึ้น
ราคานี้แรงกว่าคู่แข่งแค่ไหน เทียบกับ Zeekr 001 AWD
BYD วางราคา e3 ไว้ที่ 329,800 หยวน (ราว 49,170 ดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อชนกับ Zeekr 001 AWD ที่ขายอยู่ในช่วง 299,000-329,000 หยวนโดยตรง แต่ Z9 GT e3 ให้กำลังมากกว่าถึง 270 กิโลวัตต์ (ราว 362 แรงม้า) ในราคาที่ใกล้เคียงกันมาก ผมมองว่านี่คือการเล่นเกมราคาที่ดุเดือดของตลาดจีนแบบสุดขั้ว คือใช้กำลังเครื่องเป็นอาวุธหลักในการดึงลูกค้าจากคู่แข่ง แทนที่จะแข่งลดราคาเปล่าๆ
| รายการ | Denza Z9 GT e3 | Zeekr 001 AWD |
|---|---|---|
| ราคาในจีน | 329,800 หยวน | 299,000-329,000 หยวน |
| กำลังรวม | 850 กิโลวัตต์ (1,140 แรงม้า) | 580 กิโลวัตต์ |
| แรงบิด | 1,210 นิวตันเมตร | ไม่ได้เทียบในข่าวนี้ |
ตัวเลขยอดขายก็สนับสนุนกลยุทธ์นี้ เพราะเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา Z9 GT ทำยอดขายได้ 5,344 คัน คิดเป็น 29.6% ของยอดขายทั้งหมดของ Denza ในจีน นั่นแปลว่าเกือบ 1 ใน 3 ของรถ Denza ที่ขายได้ในจีนตอนนี้คือ Z9 GT รุ่นเดียว การเติมช่องว่างราคาด้วยรุ่น e3 จึงเป็นการขยายฐานลูกค้าของรถรุ่นขายดีที่สุดของแบรนด์ ไม่ใช่การทดลองกับรุ่นรอง
แล้วคนไทยจะได้เห็น Z9 GT เมื่อไหร่ คำตอบตอนนี้คือยังไม่มีกำหนด
Denza เข้าไทยอย่างเป็นทางการผ่านตัวแทนจำหน่าย Rêver Automotive แต่ปัจจุบันมีเพียงรุ่นเดียวที่ขายจริงคือ Denza D9 รถ MPV 7 ที่นั่ง ราคาเริ่มต้น 1,999,900 บาท ไปจนถึงรุ่น Performance AWD ที่ 2,699,900 บาท ส่วน Z9 หรือ Z9 GT ยังไม่มีความเคลื่อนไหวอย่างเป็นทางการว่าจะนำเข้ามาขายในไทยเมื่อไหร่
ที่สำคัญคือ ต่างจาก BYD แบรนด์หลักที่มีโรงงานประกอบเองที่นิคมอมตะซิตี้ จังหวัดระยอง Denza ยังไม่มีสัญญาณว่าจะประกอบในไทย ดังนั้นถ้า Z9 GT เข้ามาขายจริง มีโอกาสสูงที่จะเป็นรถนำเข้าทั้งคัน (CBU) ซึ่งหมายถึงภาษีนำเข้าเต็มอัตรา ลองคำนวณคร่าวๆ จากราคาตั้งต้นในจีน 329,800 หยวน คูณอัตราแปลงพื้นฐานประมาณ 5 เท่า จะได้ราคาฐานราว 1.65 ล้านบาท แต่ถ้าคิดรวมภาษีนำเข้าและค่าใช้จ่ายแบบรถ CBU ที่มักคูณ 6.5-7 เท่า ราคาที่คนไทยน่าจะต้องจ่ายจริงอยู่ที่ประมาณ 2.14-2.31 ล้านบาท ย้ำว่าตัวเลขนี้เป็นการประมาณเชิงบรรณาธิการของผมเองจากสูตรภาษีนำเข้าทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่ราคาทางการจาก Rêver Automotive
สิ่งที่ทำให้ผมยังลังเล
- ระยะทาง CLTC 860 กม. กับความเป็นจริงบนถนนไทย ตัวเลข WLTP ที่ 600 กม. ซึ่งต่ำกว่า CLTC ถึง 260 กม. บอกเราชัดว่าระยะทางใช้งานจริงจะน้อยกว่าเลข CLTC มาก และในสภาพอากาศร้อนบวกรถติดกรุงเทพฯ ที่กดดันแอร์และแบตหนัก ระยะจริงน่าจะยิ่งลดลงอีก
- เบรกเหล็กหล่อกับกำลัง 1,140 แรงม้า รุ่น e3 ตัวเริ่มต้นลดจานเบรกคาร์บอนเซรามิกลงมาเป็นเหล็กหล่อระบายอากาศ ซึ่งสำหรับการขับทั่วไปเพียงพอ แต่ถ้าใช้กำลังระดับนี้เบรกหนักซ้ำๆ ผมอยากเห็นข้อมูลเรื่องการทนความร้อนของเบรกก่อนฟันธง
- ยังไม่มีกำหนดการนำเข้าไทยที่ชัดเจน Denza ในไทยตอนนี้มีแค่ D9 คันเดียว การจะได้เห็น Z9 GT วิ่งบนถนนไทยจริงอาจต้องรออีกนาน หรืออาจไม่มาเลยก็ได้ถ้า Rêver Automotive ประเมินว่าตลาดรถไฟฟ้าสมรรถนะสูงในไทยยังเล็กเกินไป
EDriv Inside
ผมมองว่าข่าวนี้น่าสนใจในมุมกลยุทธ์มากกว่าตัวรถเอง เพราะมันสะท้อนว่าตลาดจีนตอนนี้แข่งกันด้วยการเอาสเปกระดับซูเปอร์คาร์มาใส่ในรถราคาระดับกลางแล้ว ถ้าให้ผมประเมินสถานการณ์ Z9 GT e3 กับตลาดไทย
- ถ้า Denza นำเข้ามาจริงที่ราวๆ 2.1-2.3 ล้านบาท ตามที่ผมประเมินไว้ข้างต้น นั่นแปลว่ามันจะยืนอยู่ในระดับราคาต่ำกว่า BMW i5 M60 (ราว 4.5-5 ล้านบาท) เกือบครึ่ง แต่ให้กำลังเกือบสองเท่าของ 601 แรงม้าที่ i5 M60 ทำได้ ถ้าตัวเลขราคาออกมาใกล้เคียงที่ผมประเมิน นี่คือการเทียบมูลค่าที่กดดันตลาดพรีเมียมยุโรปได้ไม่น้อย
- เลือก Z9 GT e3 ถ้าคุณ อยากได้ตัวเลขสเปกระดับซูเปอร์คาร์ที่ยืนยันแล้วว่า 0-100 ใน 2.8 วินาที ไม่ได้ซีเรียสเรื่องออพชันหรูที่รุ่นท็อปมีเพิ่ม และรับความเสี่ยงเรื่องดีลเลอร์และศูนย์บริการที่ยังไม่ครบวงจรเท่าแบรนด์ยุโรปได้
- เลือกรอ D9 หรือรุ่นอื่นในตระกูล Denza ที่ขายในไทยแล้วไปก่อน ถ้าคุณอยากได้ความมั่นใจเรื่องการรับประกันและอะไหล่ในระยะยาว เพราะ D9 มีเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายที่ชัดเจนกว่าตอนนี้
ผมจะติดตามต่อว่า Rêver Automotive จะขยายไลน์อัพ Denza ในไทยไปทาง Z9 GT หรือไม่ เพราะถ้าตลาดรถไฟฟ้าสมรรถนะสูงในไทยเริ่มมีรถจีนราคาคุ้มค่าขนาดนี้เข้ามาแข่ง วงการรถหรูยุโรปในไทยน่าจะเริ่มเห็นแรงกดดันด้านราคาชัดเจนขึ้นในอีก 1-2 ปีข้างหน้า
เรื่องนี้เป็นอีกตัวอย่างที่ชัดว่าสงครามสเปกในตลาดจีนไม่มีท่าจะหยุด ตอนนี้ Z9 GT e3 เปิดราคาจริงแล้ว คำถามคือเมื่อไหร่ที่ตัวเลขระดับนี้จะเข้ามาถึงตลาดไทยแบบเป็นทางการ
คำถามชวนคิด: ถ้า Denza Z9 GT e3 เข้ามาขายในไทยจริงที่ราวๆ 2 ล้านบาทต้นๆ คุณคิดว่าคนไทยพร้อมเลือกรถชูตติ้งเบรกไฟฟ้าจีนแรง 1,140 แรงม้า แทนรถหรูยุโรปแล้วหรือยัง คอมเมนต์บอกกันหน่อยครับ ผมอ่านทุกคอมเมนต์
อ่านแหล่งข้อมูลต้นฉบับ

